เมื่อพูดถึงความต้องการ ความอยาก ภาษาอังกฤษที่เรามักจะนึกถึงก่อนเลยคือ “want” กับ “need” ใช่ไหมคะ? แล้วจนถึงตอนนี้ หลายคนก็ยังเข้าใจว่ามันก็แปลว่า “ต้องการ” เหมือนๆ กัน เมื่อเจอคำว่า “would like” เข้าไปด้วย ก็นำมาใช้ร่วมกันหรือสลับกันอีก
แต่ทราบไหมคะว่า จริงๆ แล้วสามคำนี้แตกต่างกันทั้งในแง่ความหมายและระดับภาษา ในบทความนี้เรามาดูวิธีการใช้ที่ถูกต้องกันค่ะ
คำศัพท์ “want” แปลว่า “ต้องการ” ซึ่งมักมาจากความรู้สึก อย่างเช่น ฉันต้องการวันหยุด หรือฉันต้องการกาแฟสักแก้ว
ส่วนคำศัพท์ “need” แปลว่า “จำเป็น” ซึ่งไม่ได้เป็นแค่ความรู้สึกหรือการมโนไปเองแล้ว แต่มาจากสภาพหรือสถานการณ์บังคับ เช่น ร่างกายจำเป็นต้องได้รับน้ำ หรือปัญหาจำเป็นต้องถูกแก้ไข
แต่ทุกวันนี้ สองคำนี้ถูกนำมาใช้แทนกันบ่อยๆ จนไม่รู้ว่าคนพูดจำเป็นจริงหรือแค่ต้องการเฉยๆ อย่างเช่น ฉัน (แค่) ต้องการเธอ หรือฉันขาดเธอไม่ได้จริงๆ (เข้าใจค่ะว่าบางสถานการณ์มันก็แยกแยะไม่ง่าย) แต่ถ้าไม่ใช่เรื่องหัวใจ แต่เป็นเรื่องประจำวันหรือการทำงาน เรามาเรียนรู้วิธีการใช้ที่ถูกต้อง เพื่อสื่อสารให้ชัดเจนกันดีกว่า
บอกความต้องการเป็นภาษาอังกฤษ
ถึงแม้ “want” จะมีความหมายเฉพาะว่า “ความต้องการ” แต่ความต้องการก็ยังแยกได้อีกหลายแบบนะคะ เช่น
ต้องการมาก – ต้องการน้อย – ก็แค่อยากๆ – เอาสักหน่อยก็ได้ – ถ้าได้ก็ดี – หรือจำเป็นจริงๆ
ในภาษาอังกฤษเองก็มีให้เลือกใช้อีกหลายคำ ตามระดับความอยาก อ. ผึ้ง จะสมมุติว่าเราไปร้านอาหารกับเพื่อน ซึ่งมักจะต้องมีการระดมความคิดก่อนสั่งอาหาร หรือถ้าไปบ้านเพื่อนฝรั่ง เพื่อนอาจถามว่าเราอยากได้อะไรมานั่งดื่ม-กินระหว่างคุยกันบ้างไหม ตัวอย่างประโยคคำถาม เช่น
- What do you want (to eat/drink)?
- เธออยากได้ (กิน/ดื่ม) อะไร
- What would you like (to eat/drink)?
- เธออยากได้ (กิน/ดื่ม) อะไร
Want / Would like – อยากได้แบบนี้
คำว่า “want” เป็นคำกลางๆ แปลว่า “อยาก” หรือ “ต้องการ” ส่วนคำว่า “would like” มีความหมายคล้ายกับ “want” คือ “อยาก” เหมือนกัน แต่ก็มีความต่างในการใช้อยู่บ้าง
คำว่า “would like” หรือตัวย่อ “ ’d like” เป็นการบอกความต้องการที่ค่อนข้างสุภาพกว่า โดยเฉพาะเมื่อต้องการสั่งอาหาร ต้องการสอบถาม หรือต้องการแสดงความเห็น
สมมุติเราจะเอากาแฟสักแก้วละกัน กาแฟ (coffee) เป็นคำนามนับไม่ได้ แต่ในภาษาพูดเราสามารถเรียกกาแฟที่เป็นเครื่องดื่มว่า “a coffee” หรือ “some coffee” ได้ค่ะ กรณีที่ใช้ “a coffee” สามารถอนุมานได้ว่าเป็นกาแฟหนึ่งแก้ว
- I’d like a coffee.
- ฉันอยากได้กาแฟสักแก้ว (สุภาพกว่า)
- I want a coffee.
- ฉันเอากาแฟสักแก้วละกัน

Would be fine / Wouldn’t mind – เอาแบบนี้ก็ได้
ถ้าเรากำลังอยู่ในอารมณ์ประมาณว่าอะไรก็ได้ ไม่มีความอยากอะไรเป็นพิเศษ แบบนั้นก็ดี แบบนี้ก็โอเค แต่บังเอิญหันไปเจอเมนูเหมาะๆ พอดี
- A coffee would be fine.
- ฉันเอากาแฟสักแก้วก็ได้
- A coffee would be alright.
- ฉันเอากาแฟสักแก้วก็ได้
- I wouldn’t mind a coffee.
- ฉันเอากาแฟสักแก้วก็ได้
Would be nice – ถ้าได้แบบนี้ก็ดี
แต่ถ้าอยากตอบแบบใส่ความรู้สึกลงไปอีกนิดให้รู้ว่า ไม่ใช่เอาอะไรก็ได้ที่มีในเมนูหรือมีอยู่ในตู้เย็น แต่ฉันชอบแบบนี้นะ “ถ้าได้ก็ดี”
- A coffee would be nice.
- ถ้าได้กาแฟสักแก้วก็ดีเลย
- I could do with a coffee.
- ถ้าได้กาแฟสักแก้วก็ดีเลย
- I feel like a coffee.
- ถ้าได้กาแฟสักแก้วก็ดีเลย
Would be great / Would love – ถ้าได้แบบนี้ก็เจ๋ง
แต่ถ้าเห็นแล้วเกิดอาการอยากได้มากๆ ขึ้นมาทันที หรือเราเองก็มีไอเดียนี้ไว้ในใจตั้งแต่ยังไม่เดินเข้าร้านแล้วล่ะ ยังไงก็ต้องได้ช็อคโกแล็ตเย็นๆ ดับร้อนสักแก้ว การตอบให้รู้ว่า “ถ้าได้แบบนี้ก็เจ๋งเลย” ก็คือ
- A coffee would be great.
- ถ้าได้กาแฟสักแก้วก็เจ๋งเลย
- A coffee would really hit the spot.
- ถ้าได้กาแฟสักแก้วก็เจ๋งเลย
- I would love a coffee.
- ถ้าได้กาแฟสักแก้วก็เจ๋งเลย
Need – ต้องการแบบนี้จริงๆ
และถ้าเรากำลังอยู่ในอารมณ์เหมือนเพิ่งหลุดออกมาจากทะเลทรายซาฮาร่า อยากจะตอบให้เขารู้ว่ากำลังกระหายมากและ “อยากได้แบบนี้จริงๆ (ให้ตายเถอะ)” ต้องแบบนี้ค่ะ
- I (really) need a coffee.
- ฉันอยากได้กาแฟสักแก้วใจจะขาดแล้ว
- I’m dying for a coffee.
- ฉันอยากได้กาแฟสักแก้วใจจะขาดแล้ว
- I could kill for a cup of coffee.
- ฉันอยากได้กาแฟสักแก้วใจจะขาดแล้ว
สรุปก็คือ
คำศัพท์ “want”, “need” และ “would like” เป็นการบอกความต้องการเหมือนกัน แต่ระดับความต้องการและระดับความสุภาพต่างกัน
อย่างไรก็ตาม คำว่า “need” มีข้อยกเว้นค่ะ ในวัฒนธรรมอเมริกัน ไม่ว่าจะแค่อยากได้นิดหน่อย หรือจำเป็นมากๆ อาจใช้คำว่า “need” เหมือนกันทุกสถานการณ์ ในขณะที่วัฒนธรรมอังกฤษจะแบ่งระดับภาษาอย่างที่ อ. ผึ้ง อธิบายไปข้างต้น
แต่โดยรวมแล้ว การบอกความต้องการ นอกจากควรเลือกใช้ระดับภาษาให้ถูกและเหมาะกับบริบทแล้ว ยังต้องดูความเป็นไปได้ด้วยนะคะ ถ้ามาตั้งแคมป์กันบนยอดดอยแล้วอยากขอไก่เคเอฟซีตอนตีสอง แบบนี้ต่อให้ “need” ยังไง ก็คงจัดให้ไม่ได้
แต่ความต้องการที่จะขอเมื่อไหร่ ก็คงไม่มีใครห้ามแน่ๆ และคงจะดีถ้าทุกคนอยากจะขอสิ่งนี้เหมือนกัน นั่นคือ “I want to be a better person.” ฉันอยากเป็นคนที่ดีขึ้นกว่าเดิม
บทความมีลิขสิทธิ์ : ขอบคุณที่ไม่คัดลอก หรือดัดแปลงเพื่อนำไปเผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาตนะคะ
สำหรับผู้สนใจพัฒนาทักษะการเรียนรู้และการทำงาน ติดตามความรู้และเคล็ดลับดีๆ เกี่ยวกับภาษาอังกฤษสำหรับธุรกิจ เทคนิคคำศัพท์ เทคนิคการเรียน การพัฒนาสมอง และความจำ ได้ที่ Website: alphamaxlearning.com และ Facebook: Arada – Alphamax Learning

1 ความเห็น