สำนวนภาษาอังกฤษดีๆ หลายครั้งก็กลั่นกรองสะท้อนมาจากประสบการณ์จริง ที่มีทั้งสุขทั้งเศร้า ของคนเราและธรรมชาติรอบตัวนี่เอง และ “What doesn’t kill you makes you stronger.” ก็เป็นอีกสำนวนที่สอนเราให้เข้าใจคุณค่าของความเข้มแข็ง


เดือนนี้ อ. ผึ้ง ได้อ่านหนังสือวิทยาศาสตร์เล่มหนึ่งเกี่ยวกับการทำงานของเซลล์ในร่างกายมนุษย์ แต่ประเด็นคือ มีบทหนึ่งที่บอกเล่าถึงภัยธรรมชาติอันโหดร้ายที่สร้างหายนะใหญ่หลวงให้มนุษยชาติ แต่ในทุกวิกฤต มักซ่อนโอกาสและความหวังอยู่เสมอ เป็นที่มาของสำนวนที่สร้างแรงบันดาลใจวันนี้ “What doesn’t kill you makes you stronger.”


สำนวนนี้มาจากปรัชญาของ ฟรีดริช นิทเชอ (Friedrich Nietzsche) นักปรัชญาชาวเยอรมันในศตวรรษที่ 19 ซึ่งเคยกล่าวว่า “That which does not kill us makes us stronger.” ต่อมาประโยคนี้ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในวัฒนธรรมตะวันตกและกลายเป็นคำพูดให้กำลังใจที่ใช้ในหลายบริบท


นอกจากการใช้ในบทสนทนาแล้ว สำนวนนี้ยังปรากฏในวัฒนธรรมสมัยใหม่ เช่น เพลง “Stronger (What Doesn’t Kill You)” ของ Kelly Clarkson ที่เนื้อหาพูดถึงการก้าวข้ามความเจ็บปวดและกลายเป็นคนที่เข้มแข็งขึ้นหลังจากผ่านช่วงเวลายากลำบาก

ทีนี้ เรามาดูตัวอย่างหนึ่งในโลกความจริง ที่อุปสรรคใดก็เอาชนะความเข้มแข็งของธรรมชาติไม่ได้กันค่ะ

ในปี 1883 เกิดการระเบิดครั้งใหญ่ถึงสามครั้งของภูเขาไฟกรากาตัว ประเทศอินโดนีเซีย แรงระเบิดครั้งสุดท้ายได้คร่าชีวิตทุกคนที่อยู่บนเกาะ พื้นที่ร้อยละ 65.52 ของเกาะกลายเป็นเถ้าธุลีลอยสูงขึ้นไปถึง 80 กิโลเมตร ในรัศมี 240 กิโลเมตรจากเกาะถูกเถ้าธุลีบดบังแสงอาทิตย์จนมืดมิด ไม่ต่างจากกลางคืน

แรงแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นในประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งอยู่ตอนใต้ของทวีปเอเชียนี้ ตรวจจับได้ไกลถึงประเทศอังกฤษ สหราชอาณาจักร (UK) ซึ่งอยู่ฝั่งตะวันตกของทวีปยุโรปเลยค่ะ รวมแล้วมีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้ประมาณ 36,000 คน

แต่สิ่งที่น่าประหลาดใจคือ การจากไปของสิ่งหนึ่ง นำไปสู่การเกิดใหม่ของอีกสิ่งหนึ่งเสมอ ความเสียหายจากแรงระเบิดครั้งนั้นกลับทำให้เกิดเกาะภูเขาไฟใหม่อีกหลายแห่งที่โผล่พ้นขึ้นจากใต้ท้องทะเล

ในปี 1960 ธารลาวาที่ทับถมบนหนึ่งในเกาะภูเขาไฟใหม่ และได้คร่าทุกสรรพชีวิตบนเกาะ กลับแปรสภาพเกาะให้เป็นพื้นที่ใสสะอาด อย่างที่นักวิทยาศาสตร์เรียกว่า “ปลอดเชื้อจุลินทรีย์”

นับแต่นั้นมา เป็นเวลากว่าห้าทศวรรษที่งานวิจัยศึกษาหลายต่อหลายชิ้นเฝ้าสังเกตการเจริญเติบโตของพืชพรรณไม้และสัตว์ท้องถิ่นบนเกาะนั้น และได้ผลสรุปตรงกันว่า ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมานั้น บนเกาะ “ปลอดเชื้อ” แห่งนี้กลับเต็มไปด้วยความสมบูรณ์ของระบบนิเวศ อันหลากละลานตาอย่างเหลือเชื่อ

กลายเป็นว่า เบื้องหลังควันหลงของภัยพิบัติมโหฬารครั้งนั้น ได้สร้างสรวงสวรรค์ที่พร้อมพรั่งด้วยระบบนิเวศอันวิจิตรตระการบนเกาะแห่งนี้

เมื่อมุมหนึ่งของธรรมชาติมอบความโหดร้าย อีกมุมหนึ่งของธรรมชาติมักจะตอบโต้ด้วยความเข้มแข็ง เวียนวนไปไม่สิ้นสุด และความเข้มแข็งนี้เองที่ช่วยให้มันทานทนต่อสภาวะอันโหดร้ายที่เกิด ไม่เพียงพลิกฟื้นขึ้นใหม่ได้ แต่ยิ่งเติบโตงดงามกว่าเดิม

โลกเราเจอกับการวิกฤติใหญ่ๆ มาแล้วหลายครั้ง ไม่ว่าจะเรื่องของภัยธรรมชาติ โรคระบาด คนเป็นพิษ เศรษฐกิจพัง แต่ในที่สุดก็ผ่านพ้นมาได้เสมอ เพราะไม่มีพายุลูกไหนที่จะอยู่กับเราไปตลอด

โดยเฉพาะช่วงนี้ที่สถานการณ์โลกหลายด้านกำลังแย่ จงเลือกเชื่อในความเข้มแข็งของธรรมชาติ ที่จะสามารถรับมือกับความโหดร้ายและปรับตัวเพื่อความอยู่รอดได้เสมอ จงเลือกเชื่อในความเข้มแข็งของเราเอง ว่าเราเองก็จะผ่านพ้นทุกวิกฤติไปได้เช่นกัน

เพราะมนุษย์เราก็คือส่วนหนึ่งของธรรมชาติ

What doesn’t kill you makes you stronger. อะไรที่ฆ่าคุณไม่ตาย จะทำให้คุณเข้มแข็งขึ้น และเมื่อคุณไม่ตาย คุณจะเติบโต



สำหรับผู้สนใจพัฒนาทักษะการเรียนรู้และการทำงานอย่างมือโปร ติดตามความรู้และเคล็ดลับดีๆ เกี่ยวกับภาษาอังกฤษสำหรับธุรกิจ เทคนิคคำศัพท์ เทคนิคการเรียน การพัฒนาสมอง และความจำ ได้ที่ Website: alphamaxlearning.com และ Facebook: Arada – Alphamax Learning

ใส่ความเห็น